ประวัติความเป็นมาของศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งนครนายก
มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เดิมคือ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นโรงเรียนการเรือนแห่งแรกของประเทศไทย ชื่อ “โรงเรียนมัธยมวิสามัญการเรือน” สังกัดกองอาชีวศึกษา กรมวิชาการ กระทรวงธรรมการ (กระทรวงศึกษาธิการ) เปิดดำเนินการเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2477 ที่วังกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพณิชยการพระนคร) มีจุดมุ่งหมายเพื่อฝึกอบรมการบ้านการเรือนสำหรับสตรีหลักสูตร   4 ปี และได้เริ่มเปิดสอนหลักสูตรอบรมครูการเรือนขึ้น เป็นครั้งแรก มีความมุ่งหมายเพื่อเตรียมผู้ที่จะออกไปมีอาชีพครูในแขนงนี้ ต่อมาในปี พ.ศ. 2480 ได้ย้ายมาอยู่ที่วังจันทรเกษม (กระทรวงศึกษาธิการในปัจจุบัน) และเปลี่ยนชื่อจากโรงเรียนมัธยมวิสามัญการเรือนมาเป็น “โรงเรียนการเรือนวังจันทรเกษม” สังกัดกองและกรมเดิม โดยเปิดสอนหลักสูตรมัธยมการเรือน (หลักสูตร 3 ปี) และหลักสูตรการเรือนชั้นสูง (หลักสูตร 3 ปี) เพิ่มเติม

ปี พ.ศ. 2484 ได้ย้ายจากวังจันทรเกษมมาตั้งอยู่ในบริเวณสวนสุนันทา บนพื้นที่ประมาณ 37 ไร่  ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งมหาวิทยาลัยในปัจจุบันและเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงเรียนการเรือนพระนคร” ย้ายสังกัดจากกองอาชีวศึกษาไปสังกัดกองฝึกหัดครู กรมสามัญศึกษา ในขณะเดียวกันกระทรวงศึกษาธิการก็ได้จัดตั้ง “โรงเรียนอนุบาลละอออุทิศ” ขึ้นในบริเวณพื้นที่เดียวกันกับโรงเรียนการเรือนพระนคร สังกัดกองฝึกหัดครู กรมสามัญศึกษา แต่แยกส่วนการบริหารจัดการออกจากกันเมื่อกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศตั้งกรม การฝึกหัดครูขึ้นตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ฉบับ พ.ศ. 2497 เพื่อรวมการฝึกหัดครูที่จัดขึ้นในกรมต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อเป็นการประหยัดและเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการปรับปรุงการผลิตครูทั้งด้าน ปริมาณและคุณภาพ โรงเรียนการเรือนพระนครจึงย้ายมาสังกัดกรมการฝึกหัดครู ในปี พ.ศ. 2498 และได้โอนแผนกฝึกหัดครูอนุบาลจากโรงเรียนอนุบาลละอออุทิศ มาสังกัดโรงเรียนการเรือนพระนคร

ปี พ.ศ.2504 กระทรวงศึกษาธิการประกาศยกฐานะโรงเรียนการเรือนพระนครเป็นวิทยาลัยครู ชื่อ “วิทยาลัยครูสวนดุสิต” สังกัดกองการฝึกหัดครู กรมการฝึกหัดครู

ปี พ.ศ.2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อ “สถาบันราชภัฏ” แก่วิทยาลัยครูทั่วประเทศ

ปี พ.ศ.2538 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ.2538 ส่งผลให้วิทยาลัยครูสวนดุสิตเปลี่ยนชื่อเป็น “สถาบันราชภัฏสวนดุสิต” สังกัดสำนักงานสภาสถาบันราชภัฏ กระทรวงศึกษาธิการ จากพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทำให้สวนดุสิตสามารถขยายการจัดการศึกษาได้อย่างกว้างขวางและหลากหลายรูปแบบ มากขึ้น มีการเปิดสอนตามหลักสูตรสาขาวิชาการศึกษา สาขาวิชาศิลปศาสตร์ และสาขาวิชาวิทยาศาสตร์ มีผู้สนใจสมัคร เข้าเรียนเป็นจำนวนมากทั้งภาคปกติและภาคสมทบ นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับองค์กรภายนอกเพื่อกระจายโอกาสทางการศึกษา ด้วยการจัดตั้งศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งจำนวน 3 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์ซุปเปอร์เซฟ ศูนย์องค์การเภสัชกรรม และศูนย์อรรถวิทย์ โดยเปิดสอนระดับอนุปริญญาและปริญญาตรี รับนักศึกษาภาคสมทบ

ปี พ.ศ. 2541 – 2546 เป็นช่วงระยะเวลาที่สถาบันราชภัฏสวนดุสิตได้ขยายการจัดการศึกษาออกไปอย่าง กว้างขวาง ทั้งการเปิดสอนในหลักสูตรใหม่ ๆ เพิ่มเติม และการขยายศูนย์การศึกษาฯ ออกไปยังเขตปริมณฑลและต่างจังหวัด เนื่องจากมีผู้สนใจเข้าเรียนเป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีการจัดการศึกษาทั้งในระดับปริญญาโท (ครุศาสตรมหาบัณฑิต รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต  บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต และนิเทศศาสตรมหาบัณฑิต) และเปิดสอนในระดับปริญญาเอกเป็นครั้งแรก (พ.ศ. 2545) หลักสูตรการจัดการดุษฎีบัณฑิต (Doctor of Management)

ศูนย์การศึกษานอก สถาบัน  นครนายก (ศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งนครนายก มหาวิทยาลัยราชภัฏ สวนดุสิต) เปิดการเรียนการสอนครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2541 โดยใช้พื้นที่ของโรงเรียนเทคโนโลยีวีรพัฒน์ ตั้งอยู่ที่ ข/4-389 ถ.สุวรรณศร ต.นครนายก อ.เมือง จ.นครนายก 26000 เพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการสนับสนุนให้ประชาชนของประเทศได้รับการ ศึกษาในระดับที่สูงขึ้นทั้งนี้เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถและประสิทธิภาพใน การทำงานพร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนได้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาใน ลักษณะทวิภาคีมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจและสังคม มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต  เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพ  ในการจัดการศึกษาและได้ดำเนินการจัดการศึกษาให้กับผู้ที่มีงานทำและมีความ ประสงค์จะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจนถึงระดับปริญญาตรีในรูปแบบของศูนย์ ให้การศึกษานอกมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยยังเปิดโอกาสให้กับนักเรียนในท้องถิ่นได้รับโอกาสทางการศึกษา เพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องเดินทางเข้ามาศึกษาในมหาวิทยาลัย เพื่อตอบสนองความต้องการของชุมชนโดยนำเทคโนโลยีสารสนเทศและภูมิปัญญาท้อง ถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการดำเนินงาน ซึ่งในการดำเนินการดังกล่าวมีวัตถุประดังนี้ (1) จัดการศึกษาและฝึกอบรมให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่นในสาขาที่ มหาวิทยาลัยมีความเชี่ยวชาญ (2) จัดการศึกษาโดยเน้นเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มศักยภาพการเรียนการสอนและ เป็นผู้นำในสังคมฐานความรู้ (3) ผลิตบัณฑิตที่มีความรู้ คุณธรรม และจริยธรรม (4) สร้างความร่วมมือระหว่างศูนย์การศึกษา หน่วยงานในท้องถิ่นและประชาชนในพื้นที่ (5) เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชนได้ทั้งในการฝึกอบรมและบริการวิชาการ (6) สนับสนุนทางธุรกิจวิชาการของมหาวิทยาลัย โดยเริ่มต้นจากการเปิดหลักสูตรอนุปริญญาศิลปศาสตร์ โปรแกรมการจัดการทั่วไป สำหรับกลุ่มผู้บริหาร และหลักสูตรศิลปะสาสตร์บัณฑิต 2 ปีหลังอนุปริญญา

ปีการศึกษา 2542 เปิดการเรียนการสอนศิลปศาสตร์บัณฑิต โปรแกรมรัฐประศาสนศาสตร์ หลักสูตร 4 ปี สำหรับผู้บริหาร

ปีการศึกษา 2543 เปิดการเรียนการสอนศิลปะศาสตร์บัณฑิต 2 ปีหลังอนุปริญญา กลุ่มผู้บริหาร และเปิดหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู 24 หน่วยกิต และมีผู้สำเร็จการศึกษาเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรรุ่นแรก ในปี 2544

ปีการศึกษา 2545 เปิดหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต 2 ปีหลังอนุปริญญาภาคปกติ หลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต หลักสูตร 4 ปีสาขา อุตสาหกรรมบริการอาหาร (วท.บ.) คอมพิวเตอร์ธุรกิจ (บธ.บ.) การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (บธ.บ.) การจัดการทั่วไป (ศศ.บ.) และสาขานิติศาสตร์ (น.บ.)

ปีการศึกษา 2546 ได้มีการพัฒนาและส่งเสริมการจัดการศึกษาของศูนย์การศึกษานอกสถาบันให้มีความ เข้มแข็งมากขึ้น ทั้งทางด้านวิชาการและเทคโนโลยีสารสนเทศสถาบันราชภัฎสวนดุสิตมีศูนย์การ ศึกษานอกที่ตั้งทั้งหมด 23 ศูนย์การศึกษา (ใน กทม.และปริมณฑล 11 ศูนย์การศึกษา และในต่างจังหวัด 12 ศูนย์การศึกษา) และนำปรัชญาที่ว่า “เทคโนโลยีก้าวไกลอยู่ที่ไหนก็เรียนได้ ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน” มาใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการ และมุ่งเน้นให้มีการประกันคุณภาพในการจัดการศึกษาของศูนย์การศึกษานอกสถาบัน เพื่อให้นักศึกษาได้รับประโยชน์สูงสุดและสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้ อย่างดี

sdu-web_031

ปีการศึกษา 2547 สถาบันราชภัฏสวนดุสิตได้ปรับเปลี่ยนสถานภาพจาก “สถาบัน” เป็น “มหาวิทยาลัย” ตาม พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2547 ชื่อว่า “มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต” สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

ภายหลังที่พระราช บัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฎมีผลบังคับใช้ สถาบันราชภัฎสวนดุสิตเปลี่ยนชื่อและสถานภาพเป็น มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต ภายใต้ข้อบังคับของพระราชบัญญัติฉบับนี้ มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิตมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการบริหารใหม่ มีการยุบหน่วยงานสำนักงานกลางศูนย์การศึกษานอกสถาบันแต่งตั้งรองอธิการบดี ฝ่ายศูนย์การศึกษา ทำหน้าที่กำกับดูแลการบริหารงานของศูนย์การศึกษานอกสถาบัน โดยมีสำนักงานเลขานุการรองอธิการบดีฝ่ายศูนย์การศึกษาทำหน้าที่ประสานงาน

นอกจากนี้มหาวิทยาลัย ยังได้มุ่งเน้นการจัดฝึกอบรมวิชาชีพให้กับชุมชนในสาขาที่มหาวิทยาลัยมีความ เชี่ยวชาญ โดยการเปิดอบรมการทำขนมอบ และเปิดร้านโฮมเบเกอรี่ของสวนดุสิตขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2547 ซึ่งใช้เป็นส่วนขายอาหาร และขนมอบ ใช้เป็นสถานที่ฝึกอบรมวิชาชีพให้กับชุมชนและใช้เป็นส่วนสนับสนุนในการจัด บริการอาหารและขนมให้กับโรงเรียนสาธิตละอออุทิศและเมื่อมหาวิทยาลัยได้จัดทำ โครงการความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาบุคลากร สังกัดศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก  ให้มีความรู้เพิ่มขึ้นในระดับปริญญาตรี  มหาวิทยาลัยจึงได้จัดตั้งโรงเรียนสาธิตละอออุทิศ จังหวัดนครนายก ขึ้นเพื่อเป็นแหล่งฝึกประสบการณ์ให้กับนักศึกษา เปิดเมื่อปีการศึกษา 2551

ปีการศึกษา 2548 เปิดหลักสูตรครุศาสตร์บัณฑิตสาขาการศึกษาปฐมวัย หลักสูตร 4 ปี ภาคสมทบ

ปีการศึกษา 2549-2550 นโยบายในการจัดการศึกษาของศูนย์การศึกษานอกสถาบันได้มีการเปลี่ยนแปลงและ ปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์โดยทั่วไป ดังนี้ (1) ศูนย์การศึกษานอกสถาบันบางแห่งจะต้องถูกยุบ เลิก อันเนื่องมาจากพื้นที่อาคารสถานที่ในมหาวิทยาลัยและพื้นที่ดำเนินการของ มหาวิทยาลัยก่อสร้างแล้วเสร็จ สามารถรองรับการจัดการศึกษาได้มากขึ้น (2) นโยบายของมหาวิทยาลัยให้มีการปรับลดจำนวนรับนักศึกษาลงเพื่อเน้นคุณภาพ และ (3) จากการที่มหาวิทยาลัยได้มีการลงนามข้อตกลงความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการ ปกครองท้องถิ่น ในการจัดการศึกษาระดับปริญญาตรี การศึกษาปฐมวัย และระดับปริญญาโท การบริหารการศึกษา ให้กับบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศ ในการดำเนินการนี้ ได้มีการกำหนดศูนย์ประสานงานวิชาการของโครงการเพื่อรองรับการจัดการศึกษาตาม โครงการนี้ ซึ่งกำหนดพื้นที่เป็นศูนย์กลางประสานงานวิชาการเอาไว้ 12 ศูนย์ มีสำนักงานกลางโครงการความร่วมมือทำหน้าที่กำกับ ดูแล และประสานงาน สำหรับการบริหารจัดการโครงการนี้ เนื่องจากมีพื้นที่ในการดำเนินการกว้างขวาง จึงได้มีการทำรูปแบบบริหารองค์กรแบบใหม่มาใช้ที่เรียกว่า ระบบบริหารองค์กรเสมือน (Virtual Organization) และได้มีการพัฒนาระบบ SDIB (Suan Dusit Internet Bboadcasting) ขึ้นมาใช้ในการจัดการศึกษา

ปีการศึกษา 2551 เปิดหลักสูตรศึกษาศาสตร์บัณฑิต สาขาการศึกษาปฐมวัย ภาคปกติ รับนักศึกษารุ่นแรกจำนวน 17 คน และมีการยุบรวมศูนย์ปราจีนบุรีเข้ามาไว้ในการกำกับดูแลของศูนย์นครนายกซึ่ง มีนักศึกษาโครงการความร่วมมือเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรรุ่นแรก

ปีการศึกษา 2555 เปิดหลักสูตรศึกษาศาสตร์บัณฑิต สาขาการศึกษาปฐมวัยหลักสูตรปรับปรุง มีนักศึกษาเข้าศึกษาจำนวน 59 คน

จากแนวทางและแผนพัฒนา ศูนย์การศึกษานอกสถาบันของมหาวิทยาลัย ศูนย์นครนายกได้รับมอบหมายให้ดูแลโรงสีข้าวของมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้น  ซึ่งเป็นโครงการสนับสนุนเกษตรกรในเขตจังหวัดพิษณุโลกและจังหวัดปราจีนบุรี ในการทำข้าวเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกร การให้ความรู้สนับสนุนทางวิชาการ โดยการรับซื้อข้าวจากกลุ่มเกษตรกรที่ได้รับการสนับสนุนจากจังหวัดพิษณุโลก และปราจีนบุรี  นอกจากนี้ยังมีโครงการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่เพื่อจัดส่งให้ สำนักกิจการพิเศษ เพื่อนำไปแปรรูป หรือจัดจำหน่ายต่อไป เช่น มะยงชิด นำส่งให้ศูนย์การศึกษานอกสถาบันสุพรรณบุรีเพื่อนำไปแปรรูปเป็นแยม เป็นต้น

ff12.jpg

ตามข้อบังคับ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ว่าด้วยการจัดการศึกษานอกที่ตั้ง 2554 จึงได้เปลี่ยนจากศูนย์นครนายก เป็นศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งนครนายก ตลอดระยะเวลา 14 ปีที่ผ่านมาศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งนครนายก ได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตอบสนองต่อภารกิจตามแผนกลยุทธ์ของมหาวิทยาลัย เป็นอย่างดี และเป็นการให้บริการตามความต้องการของชุมชน อันเป็นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้เป็นรากฐานที่สำคัญของสังคม บัณฑิตที่จบการศึกษาจากศูนย์การศึกษานอกที่ตั้งนครนายก กว่า 1,000 คน ออกไปรับใช้สังคมในฐานะผู้นำทางการเมืองในระดับชาติ  ท้องถิ่น นักธุรกิจ ข้าราชการ และอื่น ๆ สร้างความเข้มแข็งให้กับสังคมและประเทศชาติอย่างมากมาย